ถ้ากิจการคุณจด VAT แล้ว ทุกเดือนคุณจะมีงานประจำอย่างหนึ่งคือ "รวมยอดภาษีขายกับภาษีซื้อของเดือน เพื่อเตรียมยื่นแบบ ภ.พ.30" (ภ.พ.30 คือชื่อแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนครับ) เจ้าของร้านหลายคนต้องนั่งไล่ใบกำกับภาษีทีละใบ จดใส่กระดาษ บวกเลขเอง ซึ่งเสียเวลาและพลาดง่ายมาก
taxcount pocket มีเมนู "รายงานภาษีขาย" และ "รายงานภาษีซื้อ" ที่รวบยอดให้อัตโนมัติจากเอกสารที่คุณออกและบันทึกไว้ บทนี้ผมจะพาดูทั้งสองหน้าครับ
บทนี้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือ อ่านตัวเลขธุรกิจและวางแผนภาษีด้วย taxcount pocket
รายงานภาษีขาย — รวมภาษีจากใบกำกับที่คุณออก
เปิดเมนู "รายงานภาษีขาย" หัวข้อหน้าจะขึ้นว่า "รายงานภาษีขาย" พร้อมคำอธิบาย "ภาษีขายจากใบกำกับภาษีที่ออกในเดือนภาษีที่เลือก"

วิธีใช้งาน
- เลือก "เดือนภาษี" และ "ปี (พ.ศ.)" ที่ต้องการดู
- กดปุ่ม "โหลด" ระบบจะดึงใบกำกับภาษีของเดือนนั้นมาให้
- ถ้าต้องการเก็บไฟล์ไว้ส่งต่อ กดปุ่ม "ดาวน์โหลด PDF"
ส่วนหัวของรายงานจะแสดง ชื่อกิจการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สถานประกอบการ (สำนักงานใหญ่หรือสาขา) และเดือนภาษี ให้พร้อมใช้เป็นเอกสารประกอบ
ตารางและคอลัมน์
ตารางจะเรียงตามคอลัมน์ "ลำดับ / วัน/เดือน/ปี / เลขที่ใบกำกับ / ชื่อผู้ซื้อสินค้า/ผู้รับบริการ / เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ / สถานประกอบการ / มูลค่าสินค้าหรือบริการ / จำนวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม" และมี แถวรวม อยู่ด้านล่าง คุณจึงเห็นยอดภาษีขายรวมของทั้งเดือนในบรรทัดเดียว ไม่ต้องบวกเองครับ
รายงานภาษีซื้อ — แยกที่ขอเครดิตได้กับต้องห้าม
ทีนี้มาดูฝั่งซื้อบ้าง เปิดเมนู "รายงานภาษีซื้อ" หัวข้อจะขึ้น "รายงานภาษีซื้อ" พร้อมคำอธิบาย "ภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีของผู้ขาย (ตามวันที่บนใบกำกับ)"

สองส่วนสำคัญ
หน้านี้แบ่งเป็นสองส่วนชัดเจน:
- "ภาษีซื้อที่ขอเครดิตได้ (นำเข้า ภ.พ.30)" — ภาษีซื้อที่นำไปหักกับภาษีขายตอนยื่นได้
- "ภาษีซื้อต้องห้าม (ไม่นำไปเครดิต)" — ภาษีซื้อบางประเภทที่กฎหมายไม่ให้นำมาเครดิต
การแยกสองกองนี้สำคัญมาก เพราะมีผลโดยตรงต่อยอดที่คุณจะกรอกในแบบยื่น
ปุ่มจัดการแต่ละแถว
แต่ละแถวมีปุ่มให้จัดการได้:
- "→ ต้องห้าม" — ย้ายรายการนี้ไปกองต้องห้าม
- "→ ขอเครดิต" — ย้ายกลับมากองที่ขอเครดิตได้
- "แก้ไข" — แก้รายละเอียดรายการ
- "ลบ" — เอารายการออก
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าใบไหนเข้ากองไหน อย่าเพิ่งเดาครับ ปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนแล้วค่อยกดย้าย จะปลอดภัยกว่า
ถ้ายังไม่จด VAT
ถ้ากิจการของคุณยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หน้านี้จะขึ้นข้อความ "ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" เพราะรายงานภาษีซื้อมีไว้สำหรับกิจการที่จด VAT แล้วเท่านั้น (อยากรู้ว่าเมื่อไรควรจด อ่านได้ในบท เกณฑ์จด VAT 1.8 ล้าน)
เคสตัวอย่าง: ร้านใบชา คาเฟ่ ที่จด VAT แล้ว สิ้นเดือนแค่เปิดสองหน้านี้ ดูยอดภาษีขายรวมกับภาษีซื้อที่ขอเครดิตได้ แล้วส่งให้ผู้ทำบัญชี ก็ลดเวลาทำงานจากครึ่งวันเหลือไม่กี่นาทีครับ
ข้อควรรู้สำคัญ
รายงานสองหน้านี้ช่วย "เตรียมข้อมูล" ให้คุณ ไม่ได้ยื่นแบบแทนคุณ และไม่ใช่ยอดยื่นที่เป็นทางการ ก่อนนำตัวเลขไปกรอกแบบจริง ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของคุณอีกครั้งเสมอ โดยเฉพาะเรื่องการแยกภาษีซื้อต้องห้าม ซึ่งมีรายละเอียดเฉพาะที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดู
สรุป
รายงานภาษีขายและภาษีซื้อใน taxcount pocket ช่วยรวบยอดจากใบกำกับภาษีให้อัตโนมัติ แยกภาษีซื้อที่ขอเครดิตได้กับต้องห้ามให้ชัด และดาวน์โหลด PDF ไปใช้ต่อได้ ทำให้การเตรียมยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนเร็วและพลาดน้อยลงมากครับ
แต่อย่าลืมว่ารายงานนี้ช่วยเตรียมข้อมูล ไม่ใช่ยื่นแทน ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการแยกประเภทภาษีซื้อหรืออยากให้ช่วยดูทั้งระบบภาษีของกิจการ ทักมาคุยกับทีม taxcount ได้เลยนะครับ