บันทึกภาษีซื้อจากใบกำกับภาษี สำหรับกิจการจด VAT ใน taxcount pocket

|

Sarawut Subenja

สวัสดีครับ ผมมิว

ถ้ากิจการคุณจด VAT แล้ว ทุกครั้งที่ซื้อของและได้ใบกำกับภาษีมา ตัว "ภาษีซื้อ" ที่อยู่ในใบนั้นมีค่ามากครับ เพราะส่วนใหญ่นำมาหักออกจากภาษีขายตอนยื่น ภ.พ.30 ได้ เท่ากับช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายจริง แต่ถ้าไม่ได้บันทึกเก็บไว้ให้เป็นระบบ พอถึงเวลายื่นก็ตามเก็บใบกำกับไม่ทัน เสียสิทธิ์ไปเปล่า ๆ

บทนี้จะพาคุณบันทึกภาษีซื้อให้ครบถ้วน และเป็นส่วนหนึ่งของคู่มือ บันทึกรายรับ-รายจ่ายให้ถูกแบบสรรพากร ครับ

หมายเหตุ: บล็อกภาษีซื้อนี้จะเห็นเฉพาะกิจการที่ตั้งค่าว่าจด VAT เท่านั้น ถ้าคุณยังไม่จด VAT ก็ข้ามบทนี้ไปได้เลยครับ

เปิดบล็อกภาษีซื้อ

ไปที่เมนู "บันทึกรายการ" สลับเป็นโหมด "− รายจ่าย" แล้วเลื่อนลงมา คุณจะเห็นเช็คบ็อกซ์ "มีภาษีซื้อ (ใบกำกับภาษี)" ติ๊กช่องนี้เพื่อเปิดฟิลด์สำหรับกรอกข้อมูลใบกำกับภาษีครับ

บล็อกภาษีซื้อที่เปิดขึ้นในฟอร์มรายจ่าย
เมื่อติ๊ก "มีภาษีซื้อ (ใบกำกับภาษี)" ระบบจะเผยฟิลด์เลขที่ใบกำกับภาษี วันที่ ชื่อผู้ขาย เลขผู้เสียภาษี มูลค่าก่อนภาษี และภาษีซื้อ

กรอกข้อมูลจากใบกำกับภาษี

เมื่อบล็อกเปิดแล้ว ให้กรอกตามที่อยู่ในใบกำกับภาษีที่ได้รับมา:

  • เลขที่ใบกำกับภาษี — เลขที่เอกสารที่ผู้ขายออกให้
  • วันที่ใบกำกับภาษี (จำเป็น) — วันที่บนใบกำกับ
  • ชื่อผู้ขาย/ผู้ให้บริการ — ชื่อร้าน/บริษัทที่คุณซื้อ
  • เลขผู้เสียภาษีผู้ขาย — ต้องเป็นตัวเลข 13 หลัก
  • สาขาผู้ขาย — ใส่ "00000" ถ้าเป็นสำนักงานใหญ่ หรือเลขสาขาที่ระบุไว้
  • มูลค่าก่อนภาษี (บาท) — ราคาสินค้า/บริการก่อนบวก VAT
  • ภาษีซื้อ (บาท) (จำเป็น) — จำนวน VAT ในใบกำกับ
  • ภาษีซื้อนี้ขอเครดิตได้ (นำเข้า ภ.พ.30) — เช็คบ็อกซ์เลือกว่าภาษีซื้อก้อนนี้นำไปหักในแบบ ภ.พ.30 ได้หรือไม่

ระบบช่วยคำนวณให้

จุดที่สะดวกมากคือ ระบบจะ ช่วยเดามูลค่าก่อนภาษีและภาษีซื้อจากยอดรวมให้อัตโนมัติ (โดยหารยอดรวมด้วย 1.07 ตามอัตรา VAT 7%) คุณไม่ต้องนั่งกดเครื่องคิดเลขเอง แต่ถ้าตัวเลขที่ระบบเดาไม่ตรงกับใบกำกับเป๊ะ ๆ (เช่น มีปัดเศษ) ก็ แก้เองได้ ครับ ให้ยึดตัวเลขที่อยู่บนใบกำกับภาษีจริงเป็นหลักเสมอ

เคสตัวอย่าง: ร้านกาแฟซื้อเครื่องบดกาแฟราคารวม 12,840 บาท ติ๊ก "มีภาษีซื้อ" แล้วใส่ยอดรวม ระบบจะแยกให้ว่ามูลค่าก่อนภาษีประมาณ 12,000 บาท และภาษีซื้อ 840 บาท ตรวจกับใบกำกับอีกที ถ้าตรงก็บันทึกได้เลยครับ

บางหมวดระบบตั้ง "ไม่ขอเครดิต" ให้เอง

ภาษีซื้อบางประเภทตามกฎหมายนำมาขอเครดิตไม่ได้ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์บางกรณี ระบบจะ ตั้งค่าเริ่มต้นเป็น "ไม่ขอเครดิต" ให้ เมื่อคุณเลือกหมวดเหล่านั้น เพื่อกันพลาด แต่คุณยังปรับเองได้ถ้าเข้าใจเงื่อนไขของรายการนั้นดี ตรงนี้ถ้าไม่แน่ใจว่าขอเครดิตได้หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน จะปลอดภัยที่สุดครับ

ภาษีซื้อที่บันทึกไว้ ไปอยู่ที่ไหนต่อ

ทุกรายการภาษีซื้อที่บันทึกจะถูกรวบรวมเข้า รายงานภาษีซื้อ ให้อัตโนมัติ ทำให้ตอนเตรียมยื่น ภ.พ.30 คุณดูยอดรวมและรายการประกอบได้ครบในที่เดียว อ่านวิธีดูและใช้รายงานได้ที่บท รายงานภาษีขาย-ภาษีซื้อ และถ้าอยากเข้าใจฝั่งการออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ดูได้ที่บท ใบกำกับภาษี ครับ

สรุป

การบันทึกภาษีซื้อให้ครบทุกใบกำกับ คือการรักษาสิทธิ์ลดภาษีของกิจการที่จด VAT ครับ เคล็ดลับคือบันทึกทันทีที่ได้ใบกำกับมา ตรวจเลขผู้เสียภาษี 13 หลักและตัวเลขให้ตรง แล้วปล่อยให้ระบบรวมยอดให้

ขอย้ำว่าการตัดสินว่าภาษีซื้อก้อนไหนขอเครดิตได้หรือไม่ มีรายละเอียดทางกฎหมายอยู่ ถ้าไม่ชัวร์อย่าเดา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทักมาคุยกับทีม taxcount ได้เลยนะครับ